1st Blog: บันทึกเหตุการณ์ความซวยซ้ำซ้อน

ตั้งใจจะทำบล็อกเกี่ยวกับความงาม อาหารการกิน และท่องเที่ยว แต่ไหงโน้ตแรกกลายเป็นบันทึกเหตุการณ์ชีวิตตัวเองไปซะนี่…

เมื่อวานน้องชายมาหา เพราะน้องจะไปขึ้นรถนครชัยตอนสี่ทุ่ม เลยพาน้องไปกินข้าวกับเพื่อนชาวต่างชาติ โดยเพื่อนรับปากว่าหลังกินข้าวแล้วจะขับรถไปส่งน้องกับเราเอง
หลังกินข้าวเสร็จ เราสามคนก็ขับรถจะไปที่นครชัยแอร์ ระหว่างทางบนทางด่วนปรากฏว่า รถเกิดยางแตกกะทันหัน ต้องจอดรถบนทางด่วน ในขณะที่น้องต้องถึงนครชัยภายใน 30 นาที ไม่งั้นตกรถ!
เอาล่ะสิ ทำไงดี… สิ่งแรกที่เพื่อนชางต่างชาติบอกกับเราคือ ‘เค้าจะเปลี่ยนยาง ห้านาทีก็เสร็จแล้ว’ พูดจบก็เปิดกระโปรงท้ายเอายางอะไหล่กับเครื่องมือต่างๆ ออกมา ปรากฏว่า ไม่มีประแจขันน็อต ทำให้ถอดล้อออกไม่ได้ อ้าวววววววววววววว
สิ่งต่อมาที่พวกเราพยายามทำคือ โบกรถค่ะ ขอความช่วยเหลือจากรถคันอื่นๆ บนทางด่วน ซึ่งหลังจากผ่านไปห้านาที พวกเราก็รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘คนไทยน้ำใจงาม’ อย่างชัดเจน เพราะ ไม่มีรถคันไหนจอดเลยแม้แต่รถตำรวจ อย่าว่าแต่จอด ชะลอซักนิดก็ไม่มี ซึ้งใจจริงๆ…
เหลือเวลาอีก 25 นาที ถึงตอนนี้เราเริ่มโทรหาเพื่อนแล้ว คนแรกที่โทรหาคือคนที่อยู่ใกล้สุด น่าจะมารับน้องไปส่งทัน ปรากฏว่ามันอยู่ขอนแก่น จบเลย โทรหาเพื่อนอีกคนต่อ (ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันมาไม่ทันหรอก แต่โทรก่อน เผื่อฟลุ๊คมันออกมาเที่ยวแถวนั้น) ก็ตามคาด เพื่อนอยู่คอนโดอันไกลโพ้น บาย… สุดท้ายเลยพยายามเรียกแท็กซี่จาก Grab ปรากฏว่า แอพค้าง คือถึงหน้าที่รอแท็กซี่กดรับ แล้วมันหมุนๆ อยู่อย่างนั้น ไม่มีใครกดรับ จะกดยกเลิกก็ไม่ได้ (ไม่มีปุ่มให้ยกเลิก) เออ เอาเข้าไป

ในขณะนั้นเอง ปรากฏว่ามีคนเก๋งคันนึงจอดค่ะ! จอดห่างเราไปซัก 10 เมตร ดีใจมาก เรากับน้องรีบวิ่งไปหา จะขอยืมประแจ พอไปถึง สิ่งที่มองลอดกระจกไปเห็นคือ มนุษย์ป้าคนนึงกำลังก้มดูแผนที่ในมือถืออยู่ หลงทาง (พูดง่ายๆ คือไม่ได้จอดเพราะเราเลย) เราก็พยายามโบกไม้โบกมือเรียกเค้า (ไม่กล้าเคาะกระจกกลัวเสียมารยาท) สุดท้ายเค้าเงยหน้าขึ้นมาเห็นเรากับน้อง (เราใส่เดรสโคตรสุภาพแบบคนทำงาน น้องชายใส่ชุดนักศึกษา) เราทำภาษามือขอความช่วยเหลือ ขอให้เค้าลดกระจกลงเราจะได้คุย นางทำไงรู้มั้ย นางโบกมือไล่เราจ้า ทำท่าแบบ ไปๆ ไม่เอาๆ เหมือนเราจะมาปล้น ไม่แม้แต่จะลดกระจกลงฟังกันก่อน จากนั้นก็ขับรถออกไปเลย (จุดนี้คับแค้นใจมาก คือกรูกับน้องหน้าเหมือนโจรรึไง หรือต่อให้เป็นโจร เราจะโง่มาดักปล้นคนบนทางด่วนที่รถแต่ละคันวิ่ง 120+ และไม่มีใครหยุดเลยหรอวะ? คือสมองและจิตใจทำด้วยอะไร)

เหลือเวลาอีก 20 นาที พวกเราเริ่มหมดหวัง เพื่อนเราเริ่มรู้สึกผิดและบอกว่า เดี๋ยวจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้และไปส่งน้องที่สนามบินแทน ทันใดนั้น ก็มีรถกระบะอีกคันจอด จอดที่เดิมเลย 55555 เราเดินไปหาแบบ ไม่ว่ารอบนี้พี่จะเป็นใคร พี่ต้องลงมาแล้วล่ะ ปรากฏว่าบนรถมีคนเต็มรถเลย เป็นครอบครัวคนใต้ (รถทะเบียนนคร) ที่เดินทางมากรุงเทพและเหมือนกำลังหลงทาง (ไม่ได้จอดเพราะจะช่วยเราอีกแล้ว 55555) เราเคาะกระจกเลยค่ะ สุดท้ายทุกคนลงจากรถและเอาอุปกรณ์ (ใหม่เอี่ยมยังไม่ได้ใช้เพราะรถก็ป้ายแดง) มาช่วยเราเปลี่ยนยางแบบทุลักทุเล (คือเหมือนเค้าก็ทำไม่ค่อยเป็นหรอก แต่แสดงออกชัดเจนว่าอยากช่วย ซึ้งมาก ขอบคุณจริงๆ ค่ะ)
ในระหว่างที่กำลังเปลี่ยนยางอยู่นั้น ปรากฏว่ามีแท็กซี่โทรหาเรา งงเลย สรุปคือในระหว่างที่เรากำลังวุ่นวายกับรถที่จอด แอพ Grab มันก็รันอยู่ตลอดเวลา และสุดท้ายก็มีแท็กซี่กดรับและโทรมาหาเรานั่นเอง เลยตัดสินใจให้เค้ามารับน้องไปนครชัย เผื่อว่ารถเรามีปัญหาอะไรอีก
แท็กซี่: สวัสดีครับ ตอนนี้อยู่ตรงไหนครับ
เรา: (รัว) คืองี้นะคะ พอดีรถดิฉันเสียอยู่บนทางด่วน น้องชายต้องไปถึงนครชัยภายใน 20 นาทีนี้ค่ะ พอจะมารับไปส่งทันมั้ยคะ ดิฉันไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนค่ะ แต่ขึ้นทางด่วนมาจาก xxx และออกขวามาทางป้ายที่เขียนว่า xxx ค่ะ
แท็กซี่: อ่า ข้างทางซ้ายขวาเห็นอะไรบ้างครับ มีสนามฟุตบอลมั้ย
เรา: ไม่แน่ใจว่าขวามือใช่สนามบอลมั้ยค่ะ มีต้นไม้ แต่ซ้ายมือมีตึกเขียนว่า xxx (บอกทุกอย่างเท่าที่บอกได้)
แท็กซี่: โอเคครับ ทราบแล้ว เดี๋ยวผมไป แต่จ่ายค่าทางด่วนให้ผมด้วยนะครับ
เรา: (คิดในใจ) จ้าาาาาาาาาาาาา รีบมาก่อนเท้ออออออออ

สามนาทีผ่านไป รถเปลี่ยนยางเสร็จแต่แท็กซี่ยังไม่มา นั่นไง อีเพื่อนฝรั่งเริ่มวีน ประมาณว่าเมิงจะทำให้ช้ากว่าเดิมทำไมวะ 55555 แต่รอไม่นานแท็กซี่ก็มา เราส่งน้องไปพร้อมกับเงินค่าแท็กซี่ กำชับแท็กซี่ว่า “พี่มีเวลา 15 นาทีนะคะ ช่วยหน่อย” ลุ้นตัวโก่งว่าจะต้องไปรับมันกลับมานอนหอมั้ย 5555555 ซึ่งสุดท้ายน้องบอกว่า ถึงตรงเวลา “เป๊ะ!” รอดไป 555555

เดี๋ยว!! ความซวยยังไม่หมดแค่นั้น อย่าลืมว่าเราต้องกลับหออีก
หลังจากเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว ปรากฏว่า ยางอะไหล่ไม่มีลม ต้องขับรถไปเติมลมยางอีก เราก็หาปั๊มใน google map เลยค่ะ สิ่งที่พิมพ์ลงไปคือ “nearest gas station” แอพมันก็จิ้มให้เราทีนึง ระบุว่าเป็นปตท. ก็ขับไปตามนั้น พอไปถึงปรากฏว่า ไม่มีปั๊ม คือตำแหน่งที่ระบุมันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว (จอดรถลงไปเที่ยวเลยดีมั้ย 5555) ก็เลยขับต่อไปเรื่อยๆ ตามทางกลับบ้าน กะว่าคงเจอปั๊มแหละ สักพักก็เจอปั๊มนึง ขับเข้าไปจะเติมลม ปรากฏว่า เครื่องเติมลมเสีย จ้าาาาาาาาาาา สุดท้ายเลยไปเจออีกปั๊ม ถึงได้เติมลม เป็นอันจบเรื่องราวแห่งความซวย 555555
#ซวยซ้ำซวยซ้อน

/จริงๆ อยากจะพูดต่อ (ซีเรียสโหมด) เกี่ยวกับสิ่งที่ค้นพบและเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ แต่ยาวละ วันหลังละกัน — ประเด็นหลักคือเรื่องของการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น และที่อยากพูดสุดๆ คือเรื่องของนิสัยคนไทยในการอยู่ร่วมกันในสังคม เราบอกว่าเราเป็นสังคมเอื้ออาทร ที่ใส่ใจในเรื่องของคนรอบข้าง ไม่เหมือนสังคมฝรั่งที่อยู่ตัวใครตัวมัน เราอ้างอะไรทำนองนี้บ่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราอยากจะรู้เรื่องส่วนตัวของใคร แต่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ความใส่ใจอย่างที่ว่าจริงๆ เรากลับไม่ค่อยทำกัน ในขณะที่สังคมฝรั่งที่เราประณามว่าตัวใครตัวมันนั้นกลับกัน ในสถานการณ์แบบนี้ ภายใน 10 นาที จะมีคนจอดรถลงมา ‘สอดรู้’ เรื่องปัญหารถเสียของคุณไม่ต่ำกว่าสามคัน (เพื่อนบอก) น่าย้อนกลับมาถามตัวเองนะว่าทำไม…

ปล. อย่างไรก็ตาม hashtag ที่ลืมไม่ได้สำหรับวันนี้คือ #คนใต้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ❤ จากประสบการณ์ส่วนตัว เจอคนใต้ทีไรประทับใจทุกที น้ำใจดีจริงๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s